บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

วัคซีนมา...ได้เวลาลุยหุ้นตัวไหนดี

วัคซีนมา...ได้เวลาลุยหุ้นตัวไหนดี

ในที่สุดวันที่คนไทยทั้งประเทศรอคอยก็มาถึง สำหรับวัคซีนล็อตแรกจากซิโนแวค จำนวน 2 แสนโดส เมื่อวันพุธที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ต่อด้วยวัคซีนจากแอสตราเซนากร้า อีกแสนกว่าโดส เรียกว่าอุ่นใจกันไปเปราะหนี่ง หลังจากปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้ง อินโดนีเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่เมียนมานำหน้าไปก่อน แต่มาช้าดีกว่าไม่มา และที่แน่ๆ คนไทยจะได้ทยอยฉีดวัคซีนกันเสียที โดยเฉพาะในจังหวัดกลุ่มเสี่ยงสูง และ จังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งจะได้สิทธิ์ฉีดก่อนที่อื่น     

 

                   
หลังจากนั้นมี.ค.เราจะได้วัคซีนจากซิโนแวคมาอีก 8 แสนโดส และ 1 ล้านโดส เดือนเม.ย. ครบ 3 ล็อต 2 ล้านโดสตามกำหนด สบายใจได้ว่ายังไง ประชาชนและคนไทยกลุ่มเสี่ยง ที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนก่อน ขณะที่เดือนมิ.ย.จะมีวัคซีนที่สั่งซื้อจากบริษัทแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส ละที่จองเพิ่ม 35 ล้านโดส รวมเป็น 63 ล้านโดส ซึ่งหากเราได้วัคซีนครบตามจำนวนภายในปีนี้ บวกกับที่ผลิตเองในประเทศ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนมากขึ้นและเพียงพอ ต่อการรักษาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศไทย
                    
ก่อนหน้านี้ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า แผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 ระยะแรก เดือนก.พ.-พ.ค.64 จำนวน 2 ล้านโดส จะฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดคือ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดที่ยังพบผู้ป่วย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด และตาก ระยะที่สอง เดือนมิ.ย.-ธ.ค.64 จำนวน 61 ล้านโดส โดยมีโรงพยาบาลรัฐและเอกชนให้บริการกว่า 1,000 แห่ง วางแผนฉีดวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 63 ล้านโดสภายในปี 64


นี่ยังไม่รวมกับหากรัฐบาลอนุมัติให้โรงพยาบาลเอกชนต่างๆ สามารถสั้งซื้อเองได้ คนไทยที่พอมีรายได้ และไม่อยากรอเข้าคิวของรัฐบาล ก็สามารถไปฉีดวัคซันเองได้เลย เพราะฉะนั้นอย่างน้อยไม่เกินปี 65 คนไทยก็จะมีภูมิคุ้มกันโควิดกันแทบจะถ้วนหน้า เพียงแต่ก่อนวัคซีนจะมากันครบถ้วน เราเองก็ต้องรักษาและดูแลตัวเองให้ดีด้วยเช่นกัน 
                    

ที่แน่ๆ ภายในปีนี้ หากสามารถฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ก็หวังว่าประเทศไทยน่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาได้ และหนุนให้การท่องเที่ยว ธุรกิจ และเศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งถือเป็นความหวังอันสูงสุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง ที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์น่าจะค่อยๆ ฟื้นตัว ซึ่งการมาของวัคซีนยังส่งผลดีต่อการลงทุน และหุ้นใน SET อีกด้วย 

 โดย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าความคืบหน้าวัคซีนมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยการกระจายวัคซีนยังเป็นไปตามแผน ซึ่งภาพรวมปัจจัยบวกเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง เช่น หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก (CPN, CRC, HMPRO, CPALL, SPVI), กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม (MINT, CENTEL, ERW), กลุ่มเกษตร-อาหาร (CPF, M) รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, PR9) เป็นต้น
                     
ส่วน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 ทำให้ประเมินว่า SET Index จะเกิด sector rotation โดยคาดว่าจะมีการ rotation ไปยัง sector: Tourism, Energy, Bank, Transportation และ Healthcare เป็นหลัก 

โดย Sector/หุ้น ที่เราคาดว่าจะ outperform SET จากความคืบหน้าวัคซีน COVID-19 ประกอบด้วย
       
1) Tourism แนะนำ (MINT)2) Energy แนะนำ (PTTEP) 3) Bank แนะนำ (BBL, KBANK) 4) Transportation แนะนำ (AOT, AAV) และ5) Healthcare แนะนำ (BDMS, BH)

 

 ดังนั้นพอวัคซีนมา "ฟ้าเปิด" เพียงแต่ว่าจะต้องควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ด้วย ไม่งั้นต่อให้มีวัคซีนยังไง แต่การระบาดยังคงกระจายไปทั่วก็ไม่ไหวเหมือนกัน ส่วนใครจะเลือกลงทุนหุ้นตัวไหนก็ดูกันดีๆ นะคะ โอกาสมีก็จริง แต่ "การลงทุนมีความเสี่ยง" 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh