FinTech

เทคนิคลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีแบบยั่งยืน

เทคนิคลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีแบบยั่งยืน

บทความโดย ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด

สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์ที่ราคา Bitcoin มีการปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดกว่า 27% หรือจากราคา 1.8 ล้านบาท มาที่ 1.3 ล้านบาท และในขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ ราคาได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท แม้ว่าบิตคอยน์จะมีความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างรวดเร็ว แต่การลงทุนใน Bitcoin กลับไม่ได้ลดความนิยมลงเลย นักลงทุนบางกลุ่มกลับมองว่าราคามีความผันผวน เป็นเสน่ห์ของการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะในวันนี้ ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1,707 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทำให้ Bitcoin กลายเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของนักลงทุนได้ดีทีเดียว

การที่ Bitcoin มีลักษณะที่สามารถแบ่งเป็นหน่วยย่อยได้มาก (Fractional) ทำให้มีเงินเพียงแค่ 100 บาทก็สามารถเปิดบัญชีซื้อ-ขาย คริปโทเคอร์เรนซี่ได้แล้ว จึงดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ให้เข้ามาซื้อขายแบบเทรดรายวัน หรือลงทุนซื้อสะสมจำนวนมากขึ้นแบบก้าวกระโดด จนนางเจเน็ต เยเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ออกโรงเตือนการลงทุนใน Bitcoin ว่า “บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง โดยนักลงทุนควรตระหนักถึงความผันผวนอย่างมากของบิตคอยน์ ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดทุนจำนวนมาก” หรือแม้แต่ทาง ก.ล.ต.ของไทยเองยังออกมาทำ hearing ในเรื่องคุณสมบัติผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี่ เพื่อร่วมกันหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนเพื่อการลงทุน Bitcoin ในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น การทำการศึกษาให้ละเอียด เพื่อให้เข้าใจการลงทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะนักลงทุนที่กำลังเริ่มเข้าสู่วิถีของการเทรด  คริปโทเคอร์เรนซีแบบยั่งยืน

ทางบล.ทรีนีตี้ จำกัด ขอแนะนำถึงเทคนิคลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ แบบยั่งยืน ด้วยการแบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วน

ส่วนที่ 1 ใช้ซื้อทันทีเพื่อเริ่มต้นศึกษา 

สำหรับช่วงแรกของการเริ่มเข้ามาลงทุน ควรแบ่งเงินส่วนแรกจำนวนไม่มาก ทดลองโอนเงิน และซื้อ-ขาย เพื่อทำความเข้าใจในกระบวนการใช้งานบนแพลตฟอร์มซื้อขาย เนื่องจากปัจจุบันการซื้อขายนั้นนักลงทุนต้องทำด้วยตนเอง อีกทั้งการเริ่มต้นซื้อบางส่วนไว้จะทำให้นักลงทุนไม่พลาดตกรถหากราคาปรับตัวขึ้น หรือหากราคาปรับตัวลงมาการเข้าซื้อเพียงเล็กน้อยก็เปิดโอกาสให้วางแผนลงทุนต่อเนื่องได้อีก

ส่วนที่ 2-3 เก็บไว้ซื้อเพิ่มในช่วงขาลง 

โดยใช้เทคนิคแบ่งเงินส่วนนี้ทยอยเข้าซื้อในระดับราคาต่างๆ ที่เป็นแนวรับทุกครั้งที่ราคาปรับตัวลงมา ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้พอร์ตการลงทุนมีต้นทุนเฉลี่ยที่ต่ำลง และเป็นการเข้าซื้อแบบสะสม โดยสามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยในการหาระดับแนวรับที่ดีเพื่อเป็นจุดเข้าซื้อได้อีกด้วย

ส่วนที่ 4-5 ทยอยซื้อตามเมื่อตลาดเป็นขาขึ้น 

สำหรับเงินส่วนนี้เป็นการแบ่งซื้อทุกครั้งที่ราคาปรับตัวขึ้น ซึ่งการทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาขึ้นนั้นจะทำให้นักลงทุนไม่พลาดโอกาสในการเข้าซื้อสะสม เนื่องจากการปรับตัวของราคาในตลาดที่เป็นขาขึ้นนั้นที่ผ่านมามีการปรับตัวค่อนข้างไวและมีการเปลี่ยนแปลงของราคามาก หากไม่จัดสรรเงินบางส่วนเพื่อเข้าซื้อไว้ จะทำให้พลาดโอกาสในการสะสมเข้ามาในพอร์ตได้

การที่เราแบ่งเงินเทรดคริปโทเคอร์เรนซี แบบนี้จะช่วยให้นักลงทุนสบายใจมากขึ้น เพราะไม่ว่าเทรนด์จะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ก็จะมีเงินเพื่อลงทุนในจุดนั้น การวางแผนลงทุนเช่นนี้ ด้วยเงินที่นักลงทุนจำกัดไว้ว่าไม่เดือดร้อนก็จะสบายใจมากกว่านำเงินไปลงทีเดียวหมด ที่สำคัญเงินที่นำมาลงทุนต้องเป็นเงินเย็น ไม่ใช่เป็นเงินกู้ หรือเป็นเงินที่ต้องรีบใช้ในเร็ววัน

การเทรดเทรดคริปโทเคอร์เรนซี่ สามารถใช้วิธีการซื้อเพื่อสะสมระยะยาวได้ โดยใช้วิธี Dollar Cost Average หรือ DCA ซึ่งเป็นการซื้อด้วยจำนวนเงินที่เท่าๆ กันเฉลี่ยไปทุกเดือน ส่วนนักลงทุนที่ต้องการเทรดรายวัน จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเปิดทำการซื้อขายแบบไม่มีวันหยุด

ช่วงต้นปี 2563 การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีอาจจะยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2563 ที่ผ่านมา ราคาที่ขึ้นสูงเป็นตัวจูงใจให้นักลงทุนเริ่มหันมาสนใจคริปโทเคอร์เรนซี่กันมาก โดยเฉพาะ Bitcoin จึงอยากจะเตือนนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนทางนี้ว่า ธรรมชาติของราคาคริปโทเคอร์เรนซี่มีความผันผวนสูงมาก ดังนั้น อย่านำเงินไปลงทุนทั้งหมด ให้มองว่า “การลงทุนผ่านคริปโทเคอร์เรนซี เป็นส่วนหนึ่งในการกระจายพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง” 

โดยแนะนำให้นักลงทุนจัดสรรด้วยการแบ่งพอร์ตลงทุนเป็นหุ้น 35% เงินสดหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง 35% เป็นคริปโทเคอร์เรนซีประมาณ 1-5% ส่วนที่เหลือคือ ลงทุนในทองคำและหุ้นต่างประเทศ และควรเริ่มการเทรดคริปโทเคอร์เรนซีจาก Bitcoin เป็นเหรียญแรก เนื่องจากมี Market Cap ที่ใหญ่ที่สุด จากนั้นให้ทำความเข้าใจกลไกต่างๆ อย่างละเอียด และจึงค่อยๆ เริ่มขยายไปยังคริปโทเคอร์เรนซีสกุลอื่นๆ เช่น Etereum เป็นต้น

 

ปัจจุบัน ด้วยความร้อนแรงของราคาที่พุ่งสูง จากการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันทำให้นักลงทุนยอมรับและเรียนรู้ในคริปโทเคอร์เรนซีมากขึ้น แต่ก็ยังมีบางกระแสที่มองในด้านลบอยู่บ้าง บล.ทรีนีตี้ จึงอยากเน้นกับนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีว่า ให้ค่อยๆ ก้าวเข้าไปในตลาด และทยอยสะสมความรู้ จนกว่าจะเข้าใจ ซึ่งการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี่ก็มีหลายวิธีแล้วแต่ความชอบของนักลงทุนสิ่งสำคัญ คือ ต้องไม่ลงทุนเกินตัว

บล.ทรีนีตี้ ได้ทำการศึกษาเชิงลึกในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและมีการจัดสัมนาให้กับนักลงทุนมาตลอด สิ่งที่เห็นคือ การคำนวณค่า Correlation ของสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซี่กับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซีด้วยกันเอง เพราะในบางเหรียญก็มีทั้งเคลื่อนไหวตามกัน และตรงข้ามกัน บางเหรียญอาจจะราคาพุ่งสูงแต่บางเหรียญอาจสวนทาง โดยหากเราคำนวณความสัมพันธ์เหล่านั้นได้ ก็สามารถคำนวณความสัมพันธ์ของคริปโทเคอร์เรนซีกับ Asset Class อื่นได้ หรือคำนวณเรื่องของ Asset Allocate ได้ รวมถึงการวิเคราะห์ข่าวสารที่เกิดขึ้น ซึ่ง บล.ทรีนีตี้สามารถให้ความรู้เหล่านี้กับนักลงทุนได้ เรายังเป็นพันธมิตรกับทั้ง Bitkub และ Satang Pro เพื่อส่งผ่านลูกค้าให้ แต่นักลงทุนที่มาหาเราจะมีการสัมมนาให้ความรู้ให้ก่อน ทั้งเรื่องพัฒนาการ และเทคนิค ก่อนที่จะเข้าไปในตลาดจริง.

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh