efin Review

SET ดิ่ง 17.5% หุ้นไหนถูกชอร์ตเซลมากสุด

SET ดิ่ง 17.5% หุ้นไหนถูกชอร์ตเซลมากสุด

เปิดโผหุ้นถูกชอร์ตเซลช่วง 3 ก.พ.- 9 มี.ค.63  มากสุด พบ AOT แชมป์อันดับมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดช่วง SET ดิ่ง 265 จุด (-17.50%) ด้วยยอดชอร์ตสูงถึง 6,626 ลบ.ปริมาณหุ้นที่ขายชอร์ต 102,319,000 หุ้น ตามด้วย GULF ถูกขายชอร์ต 6,407 ลบ.และ PTT ถูกขายชอร์ต 6,941 ลบ. 
    

 

จากรายงานข้อมูลธุรกรรมการขายชอร์ต จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตั้งแต่ช่วงวันที่ 3 ก.พ.-9 มี.ค.63 ซึ่งเป็นช่วงที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยดัชนีปรับตัวลดลงแรงกว่า 265 จุด โดยทำสุดต่ำสุดที่ 1,249.31 จุด ถ้านับจากต้นเดือนก.พ.63 ดัชนีปรับลดลงถึง 265 จุด (-17.50%) จากระดับ 1,514.14 จุด (ปิดม.ค.63) ปรับตัวลดลงแตะจุดต่ำสุดที่ 1,249.31 จุด และปิดที่ 1,255.94 จุด (9 มี.ค.63) ส่งผล SET index ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับจาก 7 ม.ค.59 ที่ดัชนี SET ปิดต่ำสุดที่ระดับ 1,224.83 จุด


พบว่าช่วงดังกล่าวมีหุ้นหลายตัวที่ถูกขายชอร์ตออกมาอย่างหนัก และคาดว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายของนักลงทุนในการซื้อกลับอีกครั้ง ซึ่งได้คัดเลือกมานำเสนอ 10 อันดับ
    

ทั้งนี้ หากสังเกตกลุ่มหุ้นที่ถูกขายชอร์ตทั้ง 10 ตัว จะพบว่าหุ้นส่วนใหญ่ราคาปรับตัวลงแรงหากเทียบนับตั้งแต่ราคาปิดเมื่อ 3 ก.พ.- 9 มี.ค.63 ดังนั้น คาดว่าในอนาคตหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นแรงอีกทาง
    

หุ้นที่ถูกยืมไปขายล่วงหน้ามากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย
    

1.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ขายชอร์ตมูลค่ารวม 6,626 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 102,319,000 หุ้น
    

2.บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ขายชอร์ตมูลค่ารวม 6,407 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 35,074,600 หุ้น
    

3.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ขายชอร์ตมูลค่ารวม 5,941 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 152,766,000 หุ้น
    

4.บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ขายชอร์ตมูลค่ารวม 5,940 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 29,563,800 หุ้น
    

5.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ขายชอร์ตมูลค่ารวม 5,607 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 81,429,800 หุ้น
    

6.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ขายชอร์ตมูลค่ารวม 5,475 ล้านบาท  มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 43,085,700 หุ้น
    

7.บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ขายชอร์ตมูลค่ารวม 5,044 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 68,429,000 หุ้น
    

8.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ขายชอร์ตมูลค่ารวม 4,841 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 52,509,200 หุ้น
    

9.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ขายชอร์ตมูลค่ารวม 4,265 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 40,385,300 หุ้น
    

10.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ขายชอร์ตมูลค่ารวม 3,161 ล้านบาท มีปริมาณการขายชอร์ต จำนวน 69,204,800 หุ้น
    
    
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวรวมมูลค่าการขายชอร์ตในหลักทรัพย์ NVDR แล้ว
    
    
อย่างไรก็ตาม การที่หุ้นมีสถานะชอร์ตเซลที่มาก ช่วงที่ภาวะปรับตัวลดลง จะมีผลต่อการกดราคาหุ้นให้ลดลง ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนจะนิยมชอร์ตเซลหุ้นรายตัว แต่ภายหลังจากที่ภาวะปรับตัวดีขึ้น จะมีผลต่อการซื้อหุ้นคืน เนื่องจากเกรงว่าหากไม่ซื้อหุ้นคืนเพื่อปิดสถานะชอร์ตเซล อาจจะทำให้กำไรที่ได้จากการเล่นชอร์ตเซลหายไป หรือถึงขนาดขาดทุน
    

การขายชอร์ต (Short Selling) คือ การยืมหุ้นจากบริษัทโบรกเกอร์มาขายก่อน จากนั้นค่อยมาซื้อคืนภายหลังในราคาที่ต่ำกว่า โดยจะได้กำไรจากส่วนต่างราคา
    

ทั้งนี้ ตลท.ได้เพิ่มหลักทรัพย์ NVDR ให้สามารถขายชอร์ตได้ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.62 ช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุนและความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลตรวจสอบได้

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh