efin Review

เบทาโกร (BTG) ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับ 3 หุ้นอาหาร

เบทาโกร (BTG) ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับ 3 หุ้นอาหาร

     หลังจาก  บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรรายใหญ่ ที่คนไทยรู้จักดีกำลังจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  โดยได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 


    
    โดยแผนเข้าตลาดหุ้นในครั้งนี้  BTG จะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคินภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

    และจากแผนระดมทุนในตลาดหุ้นดังกล่าว จึงมีคำถามจากนักลงทุนตามมา ว่าหากนำ BTG มาเทียบกับหุ้นกลุ่มอาหารอื่นๆ จะเป็นอย่างไรเมื่อในธุรกิจนี้มีบริษัทระดับโลกอย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มมาอย่างยาวนาน 

    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จะพานักลงทุนไปเทียบกันระหว่างกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้วก่อนหน้านี้ ที่มีลักษณะธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน  3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ,บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPTและบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG

 

 


BTG 

    เริ่มจาก "เบทาโกร" ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์สุกรสัตว์ปีก และไข่ไก่ อาหารแปรรูปที่เกี่ยวข้อง และอาหารสัตว์เลี้ยง จัดจำหน่ายอุปกรณ์ฟาร์ม และการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง

    มีผลิตภัณฑ์ที่วางขายภายใต้แบรนด์ BETAGRO และ S-Pure สำหรับเนื้อสัตว์อนามัย เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารแปรรูป, แบรนด์ITOHAM ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกเกรดพรีเมียม แบรนด์ betagro Balance และ MASTER ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ แบรนด์ Better Pharma และ Nexgen ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ และสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงรายได้ปี 64 อยู่ที่ 85,424 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 839 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัท เบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 700 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 46.7% จดละสัดส่วนลงเหลือ 35%

 

 

CPF 

    ทำธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ สุกร ไก่ เป็ด กุ้ง และปลา การเลี้ยงสัตว์  สัตว์หลักคือ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง และปลา และการผลิตอาหาร อาหารแปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน

    โดยมีรายได้ปี 64 อยู่ที่ 517,584 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 13,028 ล้านบาท มีมาร์เก็ตแคป (20 พ.ค.65) อยู่ที่ 215,281 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ซึ่งถือหุ้นสัดส่วน 24.59%

 


GFPT 

    ประกอบธุรกิจการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ปู่ย่าพันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ธุรกิจชำแหละและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ อาหารสัตว์บก สัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ เนื้อไก่สด อาหารแปรรูปจากเนื้อไก่ และอาหารปรุงสุกพร้อมทาน

    มีรายได้ปี 64 อยู่ที่ 14,090 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 209 ล้านบาท มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 20,437 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กลุ่มตระกูลศิริมงคลเกษม  สัดส่วน 52%

 


TFG 

    ประกอบธุรกิจผลิตไก่และจำหน่ายไก่สด แช่เย็นและแช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ ผลิตและจำหน่ายสุกร และผลิตและจำหน่าย อาหารสัตว์ ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่แข็ง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมทำ และพร้อมทาน เช่น ไส้กรอก ผลิตภัณฑ์หมู ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์

    ซึ่งมีรายได้ปี 64 อยู่ที่ 35,074 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 561 ล้านบาท มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 26,752 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท นิวสตาร์ วิคเตอร์ จำกัด ถือหุ้นสัดส่วน 27.93%
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh